แผนการเงินแบบเก่าที่จะลากคุณลงนรก

การเงินแบบเก่า

การเงินแบบเก่าเชื่อว่า ทรัพย์สินเกิดจากอำนาจในการจับจ่ายใช้สอย เมื่อเวลาที่เราเริ่มทำงาน ก็จะมีคนมาบอกให้เรารีบซื้อบ้าน ซื้อรถเพื่อจะได้มีทรัพย์สินเป็นของตนเอง เมื่อแต่งงานก็ต้องมีบ้านหลังใหญ่ เพื่อให้ครอบครัวของเรามีความสุข

ดังนั้น เมื่อเราเริ่มทำงาน แทนที่จะเอาเงินไปพัฒนาชีวิตตัวเองก่อน เพื่อให้มีรายได้มากยิ่งขึ้น ก็จะถูกเอาไปซื้อบ้านและรถแทน ซึ่งเป็นการเพิ่มหนี้เข้ามาในชีวิต ยิ่งมีงานดีๆ ก็ยิ่งมีเครดิตดี ก็มีกำลังในการสร้างหนี้เพิ่มขึ้น

ความเชื่อการเงินแบบเก่า: ยิ่งซื้อของมากแสดงว่าคุณรวย

เมื่อเรารู้สึกว่าพอแล้ว ไม่ต้องการซื้อเพิ่ม ความคิดการเงินแบบเก่าก็จะบอกว่า “โง่หรือเปล่า!? หาเงินมาก็ต้องเอามาใช้หาความสุขให้ตัวเองสิ ไม่งั้นจะหาเงินทำไม? นี่มันความคิดของคนจน!” ซึ่งหากเราเชื่อ เราก็จะติดวังวนของการเป็นหนี้มากขึ้น ยิ่งทำงาน หนี้ก็ยิ่งมากขึ้น เงินออมก็ไม่เติบโต รายได้แต่ละเดือน เมื่อได้มาก็จะไหลออกไปเข้ากระเป๋าของเจ้าหนี้แทน

ถ้าเราไม่มีหนี้ ไม่ทำงาน 3 เดือน ยังไม่มีปัญหา แต่ถ้ามีหนี้ หยุดงานวันเดียว ก็มีปัญหาแล้ว

การเงินแบบใหม่

  1. ปฏิเสธความเชื่อเก่าๆที่ว่าให้ทำงานให้หนักแล้วเอาไปซื้อบ้าน ซื้อรถที่เราอยากได้ เพื่อให้คนอื่นมองว่าเรารวย หยุดหนี้เอาไว้ก่อน
  2. พัฒนาความสามารถในการหาเงิน ด้วยการอ่านหนังสือ หรือการฝึกอบรมต่างๆ
  3. สร้างทรัพย์สินให้มากขึ้น
  4. หารายได้จากหลายๆทาง

ทรัพย์สินคืิอสิ่งที่ถือครองแล้วมีเงินเพิ่มขึ้น หนี้สินคือสิ่งที่ถือครองแล้วเงินลดลง

เมื่อเรามีทรัพย์สินมากพอ และทรัพย์สินสามารถสร้างเงินให้เราได้มากพอ แม้ว่าเราจะไม่ได้ทำงาน ก็ยังมีเงินเลี้ยงชีพ นั่นแหละคือ Passive Income

เมื่อมีรายได้ เราควรแบ่งเป็น 3 กอง
1. เงินสำหรับเอาไว้ใช้จ่าย
2. เงินสำหรับเอาไว้พัฒนาตนเอง
3. เงินสำหรับออม

อ้างอิง

  1. นี่คือแผนการเงินแบบเก่า ที่จะลากคุณลงนรก